วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2552

การรีเอ็นเจริเนียร์ ขั้นที่ 5

ขั้นที่5 การนำกระบวนการใหหม่ไปปฏิบัติอย่างจริงจัง

การนำรีเอ็นจิเนียริ่งไปปฏิบัติให้ได้ผลดีนั้น จะต้องมีการสร้างความร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างเป็นระบบ โดยมีวิธีการดำเนินงานตามรูปแบบกระบวนการทำงานใหม่ ดังนี้
1. การให้ความรู้ในวิธีการทำงานแก่พนักงาน ตามรูปแบบกระบวนการทำงานแบบใหม่
2. การฝึกงานในขณะปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความชำนาญ
3. การประเมินผลการปฏิบัติงาน ตามรูปแบบการรีเอ็นจิเนียริ่ง
4. การจัดรูปแบบกระบวนการทำงานที่สอดคล้องกับสภาวะการณ์แวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
5. การอบรมให้ความรู้ต่างๆ ที่ทันสมัย
6. การฝึกรอบให้คิดเชิงอุปมาน(อย่างมีเหตุมีผล)
7. จัดรูปแบบกระบวนการทำงานให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากได้มีการประเมินผลแล้ว

หน่วยงานที่นำเอาการรีเอ็นจิเนียริ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง

การรีเอ็นจิเนียริ่งองค์การ
ไมเคิล แฮมเมอร์ ได้เขียนหนังสือชื่อ Reengineering The Corporation ในปี 1993 ริเอ็นจิเนียริ่ง หรือ การรื้อปรับระบบ มีความหมายหลายความหมาย ดังนี้
1.
หมายถึง การเริ่มต้นกันใหม่โดยไม่ยึดติดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต จนถึงปัจจุบัน การทิ้งกระบวนการที่ทำมายาวนาน แล้วหากระบวนการใหม่ที่ทันสมัย ตามที่สภาพงานในขณะนั้นต้องการ
2.
หมายถึง การพิจารณาพื้นฐานและการออกแบบกระบวนการทางธุรกิจอีกครั้ง อย่างถอนรากถอนโคน (Radical redesign) เพื่อก่อให้เกิดการปรับปรุงที่ยิ่งใหญ่ ไม่ติดอยู่กับกฎข้อบังคับเดิม
3.
หมายถึง รูปแบบการนำกระบวนการบริหารจัดการใหม่ มาแทนกระบวนการที่ใช้อยู่เดิมอย่างถอนรากถอนโคน เป็นการคิดค้นหากระบวนการดำเนินกิจกรรมขึ้นมาใหม่
การรีเอ็นจิเนียริ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำทั้งองค์กร ทั้งการตลาด การผลิต บุคลากร การบริการและทุกระบบ ที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพแก่องค์การ ซึ่งมีหลักการในการรีเอ็นจิเนียริ่ง 3 ประการ คือ
1.
กระบวนการใดที่มีปัญหาหนักมากที่สุด
2.
กระบวนการใดส่งผลกระทบต่อลูกค้าของบริษัทมากที่สุด
3.
ความเป็นไปได้ที่จะประสบผู้สำเร็จในการเอ็นจิเนียริ่งกระบวนการนั้น
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จในการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง มีดังนี้
1.
ใช้กลยุทธ์เป็นตัวนำ
2.
ต้องอาศัยริเริ่มและการบังคับบัญชา โดยผู้บริหารระดับสูง เพราะการรีเอ็นจิเนียริ่ง เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานหลายหน่วยงาน
3.
สร้างบรรยากาศของความเร่งด่วน
4.
การออกแบบกระบวนการจากภายนอก เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยนำไปสู่ความสำเร็จ
5.
การดำเนินการกับที่ปรึกษา ควรให้เข้ามาร่วมงานตั้งแต่ต้นจนจบ ฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญในองค์การเพื่อถ่ายทอดให้ถึงระดับล่าง
6.
การผนวกกิจกรรมของระดับบนสู่ระดับล่างกับกิจกรรมของระดับล่างขึ้นสู่ระดับบนเข้าด้วยกัน



วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551










ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer)

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะในการทำงานสูงกว่า คอมพิวเตอร์แบบอื่น ดังนั้นจึงมีผู้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (High Performance Computer) คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ สามารถคำนวนเลขที่มีจุดทศนิยม ด้วยความเร็วสูงมาก ขนาดหลายร้อยล้านจำนวนต่อวินาที งานที่ให้คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ทำแค่ 1 วินาที ถ้าหากเอามาให้คนอย่างเราคิด อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าร้อยปี


ด้วยเหตุนี้ จึงเหมาะที่จะใช้คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ เมื่อต้องมีการคำนวนมากๆ อย่างเช่น งานวิเคราะห์ภาพถ่าย จากดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา หรือดาวเทียมสำรวจทรัพยากร งานวิเคราะห์พยากรณ์อากาศ งานทำแบบจำลองโมเลกุล ของสารเคมี งานวิเคราะห์โครงสร้างอาคาร ที่ซับซ้อน คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ มีราคาค่อนข้างแพง ปัจจุบันประเทศไทย มีเครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Cray YMP ใช้ในงานวิจัย อยู่ที่ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์สมรรถภาพสูง (HPCC) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ผู้ใช้เป็นนักวิจัยด้านวิศวกรรม และวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ



บริษัทผู้ผลิตที่เด่นๆ ได้แก่ บริษัทเครย์ รีเสิร์ซ (Cray Research), บริษัท เอ็นอีซี (NEC) เป็นต้น




วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ระบบสำนักงานอัตโนมัติเข้าไปใช้งาน






ระบบแสงสว่าง มีหลักการจัดระบบแสงสว่างภายในสำนักงานอัตโนมัติ มีดังนี้


1. ระบบแสงสว่างต้องให้ได้คุณภาพของแสงที่ดีที่สุด และเหมาะที่สุดสำหรับการทำงาน แต่ละประเภทปัญหาอาจเกิดจากแสงที่มาจากจอคอมพิวเตอร์ ที่ผู้ประฏิบัติจะต้องดูตลอดเวลาที่ใช้เครื่องและแสงสะท้อนที่ออกมาจากจอคอมพิวเตอร์ ดังนั้นถ้าปริมาณและคุณภาพของแสงในพื้นที่รอบๆ นั้นไม่ดีพอที่จะสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้ได้ เช่น ถ้าตั้งโคมไฟติดบนเพดานต้องมีอุปกรณ์บังแสงกระทบหน้าจอ



2. ถ้าแสงสว่างจากจอภาพคอมพิวเตอร์มากเกินไป อาจซื้อฟิล์มมาช่วยกรองแสงและถนอมสายตาเพราะเป็นตัวหรี่แสง หรือไม่หาม่านมาติด


วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ความหมายของสำนักงานอัตโนมัติ
สำนักงานอัตโนมัติ หมายถึง วิธีการนำคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานมาเชื่อมโยงด้วยกันด้วยระบบสื่อสารข้อมูล เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในสำงานสามารถทำงานด้วยกันได้อย่างรวดเร็ว และสะดวก สบาย ทั้งในด้านการผลิต และการเรียกค้นเอกสาร การประมวลผลข้อมูล การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานทังภายในและภายนอกสำนักงาน การจัดงานนัดหมาย การประชุมและการตัดสินใจ
ประโยช์ของสำนักงานอัตโนมัติ
เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานต่างๆ ของสำนักงานให้มีความสะดวกเป็นระบบต่อเนื่อง
มีรูปแบบชัดเจนเป็นมาตรฐานสากล
ช่วยลดเวลาการจัดการงานในสำนักงานลง
ช่วยลดค่าใช้จ่ายการปฏิบัติงานสำนักงานลง ในด้านแรงงาน เครื่องมือ สถานที่จัดเอกสาร
เพื่อความสะดวกในการสืบค้นข้อมูล และการบูรณาการข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ภายใต้เงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงได้ไม่คงที่
เพิ่มโอกาสในการแข่งขันกับคู่แข่ง
ปรับปรุงวิธีปฏิบัติสำนักงานเป็นแบบโลกาวิวัฒน์หรือสำนักงานแบบเทียม (Virtual office)
งานที่ต้องการใช้ระบบสำนักงานอัตโนมัติ
2.1 งานวิชาชีพ
2.2 งานสายสนับสนุน
2.3 งานสายสำนักงาน